กลับไปยังรายการ

พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 1-1

พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร|第 1-1 條|ภาษีอากร|พระราชบัญญัติ|มีผลบังคับใช้

第 一 章|財政部|v1.0

แก้ไขล่าสุด: 2021-12-17

เนื้อหา

หนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่กระทรวงการคลังออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายภาษี ให้มีผลบังคับต่อกรณีที่เป็นมูลแห่งการยื่นคำขอนั้น แต่หากเป็นคุณแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่การประเมินเรียกเก็บยังไม่ถึงที่สุดด้วย ในกรณีที่กระทรวงการคลังออกหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความเพื่อเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมายของหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่ได้ออกไว้แล้ว หากเป็นผลเสียแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศออกหรือวันที่แน่นอนในอนาคตที่กระทรวงการคลังกำหนด ภาษีอากรที่พึงต้องประเมินเรียกเก็บแต่ยังมิได้ประเมินเรียกเก็บ และกรณีที่ยังไม่ถึงที่สุด ก่อนวันที่ประกาศออกหรือก่อนวันที่แน่นอนในอนาคตที่กระทรวงการคลังกำหนดนั้น มิให้นำหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่เปลี่ยนแปลงแล้วมาใช้บังคับ สำหรับกรณีก่อนวันที่มาตรานี้ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความเพื่อเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมายของหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่ได้ออกไว้แล้ว และเป็นผลเสียแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี โดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรได้ประเมินเรียกเก็บภาษีอากรตามหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความภายหลังที่กระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมาย หากกรณีนั้นยังไม่ถึงที่สุด ณ วันที่มาตรานี้ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ให้ใช้บังคับตามวรรคก่อน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตารางอ้างอิงจำนวนเงินค่าปรับหรือจำนวนเท่าสำหรับการลงโทษในกรณีฝ่าฝืนภาษีอากรที่กระทรวงการคลังออก หากเป็นคุณแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่การประเมินเรียกเก็บยังไม่ถึงที่สุดด้วย

บทลงโทษ

หนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่กระทรวงการคลังออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายภาษี ให้มีผลบังคับต่อกรณีที่เป็นมูลแห่งการยื่นคำขอนั้น แต่หากเป็นคุณแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่การประเมินเรียกเก็บยังไม่ถึงที่สุดด้วย ในกรณีที่กระทรวงการคลังออกหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความเพื่อเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมายของหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่ได้ออกไว้แล้ว หากเป็นผลเสียแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศออกหรือวันที่แน่นอนในอนาคตที่กระทรวงการคลังกำหนด ภาษีอากรที่พึงต้องประเมินเรียกเก็บแต่ยังมิได้ประเมินเรียกเก็บ และกรณีที่ยังไม่ถึงที่สุด ก่อนวันที่ประกาศออกหรือก่อนวันที่แน่นอนในอนาคตที่กระทรวงการคลังกำหนดนั้น มิให้นำหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่เปลี่ยนแปลงแล้วมาใช้บังคับ สำหรับกรณีก่อนวันที่มาตรานี้ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความเพื่อเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมายของหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความที่ได้ออกไว้แล้ว และเป็นผลเสียแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี โดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรได้ประเมินเรียกเก็บภาษีอากรตามหนังสือตีความหรือคำสั่งตีความภายหลังที่กระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงความเห็นทางกฎหมาย หากกรณีนั้นยังไม่ถึงที่สุด ณ วันที่มาตรานี้ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ให้ใช้บังคับตามวรรคก่อน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตารางอ้างอิงจำนวนเงินค่าปรับหรือจำนวนเท่าสำหรับการลงโทษในกรณีฝ่าฝืนภาษีอากรที่กระทรวงการคลังออก หากเป็นคุณแก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่การประเมินเรียกเก็บยังไม่ถึงที่สุดด้วย

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง - พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร

  • พระราชบัญญัติการบริหารยาสูบและสุรา - มาตรา 32(第 32 條)
  • พระราชบัญญัติภาษีสินค้าโภคภัณฑ์ - มาตรา 12(第 12 條)
  • พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 1(第 1 條)
  • พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 2(第 2 條)
  • พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 3(第 3 條)
  • พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 4(第 4 條)
  • พระราชบัญญัติการจัดเก็บภาษีอากร - มาตรา 5(第 5 條)