วิดีโอสอน・การวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย・2026-07-21
กฎใหม่ของกระทรวงการคลังไต้หวันเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สตรีมเมอร์ และผู้จัดกรุ๊ปออร์เดอร์มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยช่วงผ่อนผันสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 หากไม่จดทะเบียนภาษีหรือไม่ออกใบกำกับภาษี ต่อจากนี้อาจถูกลงโทษจริง ผู้ก่อตั้ง HowBridge กล่าวถึง 2 ประเด็นสำคัญในวิดีโอ ได้แก่ ควรรีบประเมินว่าควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทหรือกิจการหรือไม่ และหลายคนยังไม่ทราบว่า “สินค้าที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่สามารถนำมาใช้หักเป็นภาษีซื้อได้” บทความนี้สรุปเกณฑ์ของกฎใหม่ ความแตกต่างของแต่ละสถานะ และหลักการวางแผนภาษีจากการนำเข้าไว้อย่างครบถ้วน
สรุปสำคัญใน 30 วินาที: หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีอินฟลูเอนเซอร์ที่กระทรวงการคลังไต้หวันประกาศใช้มีผลแล้ว หากยอดขายบริการในเดือนนั้น เช่น งานโฆษณา ส่วนแบ่งรายได้ และเงินสนับสนุน ถึง NT$5 หมื่น หรือยอดขายสินค้า เช่น กรุ๊ปออร์เดอร์และสินค้าที่ระลึก ถึง NT$10 หมื่น จะต้องจดทะเบียนภาษี โดยช่วงผ่อนผันสิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 2026-06-30 ผู้ประกอบการรายย่อยเสียภาษีตามการประเมินในอัตรา 1% ส่วนผู้ที่ถึงเกณฑ์ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบUniform Invoice ซึ่งโดยทั่วไปอ้างอิงยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 20 หมื่น จะต้องออกใบกำกับภาษีและเสียภาษีในอัตรา 5% แต่จะได้รับสิทธิหักภาษีซื้อด้วย ซึ่งรวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ที่ศุลกากรเรียกเก็บแทนเมื่อนำเข้าอุปกรณ์และสินค้า เมื่อใช้ร่วมกับการบันทึกต้นทุนและค่าใช้จ่ายตามจริงในนามบริษัท/กิจการ ครีเอเตอร์ที่มีธุรกิจในระดับหนึ่งส่วนใหญ่มักเสียภาษีน้อยลงและดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อเปลี่ยนมาใช้บริษัท/กิจการ
ดูวิดีโอเต็ม(วิดีโอ 1 นาที 38 วินาที)|ติดตาม @shopeeos
ไต้หวันเริ่มใช้กฎภาษีอินฟลูเอนเซอร์แล้ว รีบเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทเพื่อประหยัดภาษีได้มากขึ้น และสินค้าที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ไต้หวันยังสามารถนำมาเป็นภาษีซื้อได้อีกด้วย #ขนส่งตรงสู่ไต้หวัน #HowBridge
วิดีโอนี้กล่าวถึงความเป็นจริงที่ครีเอเตอร์จำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ “ภาษีอินฟลูเอนเซอร์” ไม่ใช่ภาษีประเภทใหม่ แต่เป็นการที่กระทรวงการคลังไต้หวันนำกฎภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้กับธุรกิจสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์ พร้อมกำหนดเกณฑ์การจดทะเบียนและระยะเวลาผ่อนผันไว้อย่างชัดเจน เมื่อช่วงผ่อนผันสิ้นสุดลง หากยังคง “รับเงินในนามบุคคลธรรมดา ไม่จดทะเบียน และไม่ออกใบกำกับภาษี” การถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา
ประเด็นที่ 2 ในวิดีโอยิ่งควรให้ความสนใจ: หลังจัดตั้งบริษัทหรือจดทะเบียนกิจการแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ศุลกากรเรียกเก็บแทนสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สด อุปกรณ์ถ่ายทำ หรือสินค้าสำหรับกรุ๊ปออร์เดอร์ สามารถนำใบภาษีมาใช้หักภาษีซื้อได้ทั้งหมด นี่คือช่องทางวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมายที่ผู้จัดกรุ๊ปออร์เดอร์และผู้ขายสินค้าผ่านคอนเทนต์ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นจำนวนมากยังไม่ทราบ
กระทรวงการคลังไต้หวันได้ประกาศ “หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบุคคลที่เผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์หรือแบ่งปันข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ” และ “หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับบุคคลที่เผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์หรือแบ่งปันข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต” โดยกำหนดหน้าที่ทางภาษีของครีเอเตอร์ไว้อย่างชัดเจนดังนี้:
① ต้องจดทะเบียนภาษีเมื่อใด?:ผู้ที่ขายผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ หากยอดขาย “บริการ” ในเดือนนั้น เช่น งานโฆษณา ส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์ม ค่าสมาชิก และเงินสนับสนุน ถึง NT$5 หมื่น หรือยอดขาย “สินค้า” เช่น กรุ๊ปออร์เดอร์และสินค้าที่ระลึก ถึง NT$10 หมื่น จะต้องยื่นจดทะเบียนภาษีกับสำนักงานภาษีแห่งชาติ
② คำนวณอัตราภาษีอย่างไร?:ผู้ประกอบการขนาดเล็กจะถูกสำนักงานภาษีแห่งชาติประเมินภาษีในอัตรา 1% ส่วนผู้ที่ถึงเกณฑ์ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบUniform Invoice ซึ่งในทางปฏิบัติโดยทั่วไปอ้างอิงยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 20 หมื่น จะต้องออกใบกำกับภาษีและยื่นชำระในอัตรา 5% แต่จะได้รับสิทธิหักภาษีซื้อพร้อมกัน หากรายได้มาจากผู้ชมหรือแพลตฟอร์มในต่างประเทศ รายได้ส่วนนั้นอาจใช้อัตราภาษีศูนย์ได้
③ ช่วงผ่อนผันสิ้นสุดลงแล้ว:ช่วงผ่อนผันที่สามารถดำเนินการโดยไม่ถูกลงโทษสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว สื่อยังรายงานว่ามีครีเอเตอร์มากกว่า 1 พันรายถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง รวมเป็นเงินมากกว่า 50 ล้านบาท ผู้ที่ควรจดทะเบียนแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ยิ่งรีบจัดการก็ยิ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
การ “เปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัท” ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่เป็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างด้านภาษีของทั้ง 3 สถานะ โดยสรุปได้ดังนี้ ตัวเลขจริงให้พิจารณาตามแต่ละกรณีและกฎหมายของปีภาษีนั้น:
| หัวข้อ | บุคคลธรรมดา (ยังไม่จดทะเบียน) | กิจการ (เจ้าของคนเดียว/ห้างหุ้นส่วน) | บริษัท |
|---|---|---|---|
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม | เมื่อถึงเกณฑ์ยังคงต้องจดทะเบียนและเสียภาษี การไม่จดทะเบียน=มีความเสี่ยง | กิจการขนาดเล็กถูกประเมินภาษี 1% หรือออกใบกำกับภาษี 5% | ออกใบกำกับภาษี 5% |
| การหักภาษีซื้อ | ไม่สามารถหักได้ | ผู้ที่ใช้ใบกำกับภาษีแบบUniform Invoiceสามารถหักได้ | สามารถหักได้ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ศุลกากรเรียกเก็บแทน |
| การจัดเก็บภาษีเงินได้ | รวมคำนวณในภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีอัตราก้าวหน้าสูงสุด 40% | กำไรรวมคำนวณในภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% และสามารถเก็บกำไรสะสมไว้ใช้ในกิจการได้ |
| ต้นทุนและค่าใช้จ่าย | ส่วนใหญ่ใช้สัดส่วนค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่กระทรวงการคลังไต้หวันกำหนด | จัดทำบัญชีและบันทึกค่าใช้จ่ายตามจริงโดยมีหลักฐาน | จัดทำบัญชีและบันทึกค่าใช้จ่ายตามจริงโดยมีหลักฐาน พร้อมเอกสารทางบัญชีครบถ้วนที่สุด |
| ภาพลักษณ์ต่อบุคคลภายนอก | รับเงินในนามบุคคลธรรมดา | ออกใบกำกับภาษีและรับงานจากองค์กรได้ | ออกใบกำกับภาษีได้ ขยายธุรกิจได้ และเจรจาส่วนแบ่งรายได้ได้ง่ายกว่า |
ใครควรพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมากที่สุด?:① ผู้จัดกรุ๊ปออร์เดอร์และผู้ขายสินค้าผ่านคอนเทนต์ เพราะยอดขายสินค้าต่อเดือนเกิน 10 หมื่นได้ง่าย ② ครีเอเตอร์ที่มีรายได้จากงานโฆษณาหรืองานรับจ้างอย่างสม่ำเสมอ ③ ช่องที่จำเป็นต้องนำเข้าอุปกรณ์หรือสินค้า เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มในขั้นตอนการนำเข้าจะหักคืนได้เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น สำหรับการเลือกระหว่างจดทะเบียนกิจการหรือจัดตั้งบริษัท รวมถึงเลือกระหว่าง 1% กับ 5% แนะนำให้ให้นักบัญชีคำนวณเปรียบเทียบตามรายได้จริง
ประโยคสุดท้ายของวิดีโอคือหัวใจสำคัญ: “สินค้าที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ไต้หวันสามารถนำมาเป็นภาษีซื้อได้ทั้งหมด” หลักการนั้นง่ายมาก เมื่อมีการนำเข้าสินค้า ศุลกากรจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% แทน ตามมาตรา 41 แห่ง Value-added and Non-value-added Business Tax Act หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ใช้ใบกำกับภาษีแบบUniform Invoice เมื่อได้รับส่วนสำหรับใช้หักภาษีของหนังสือรับรองการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ศุลกากรเรียกเก็บแทน ก็สามารถนำภาษีจำนวนนี้ไปหักออกจากภาษีขายขณะยื่นแบบได้ ตามมาตรา 33 แห่งกฎหมายฉบับเดียวกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากนำเข้าอุปกรณ์ไลฟ์สดหรือสินค้าสำหรับกรุ๊ปออร์เดอร์มูลค่า NT$10 หมื่นเท่ากัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ที่ชำระในนามบุคคลธรรมดาจะกลายเป็นต้นทุนทั้งหมด แต่ภาษี 5% ที่ชำระในนามบริษัท/กิจการสามารถนำมาหักคืนได้ เมื่อสะสมในระยะยาว ความแตกต่างจะมีมูลค่าสูงมาก และหากดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างเป็นทางการเพื่อรับใบภาษีครบถ้วน ก็จะมีหลักฐานรองรับเมื่อสำนักงานภาษีแห่งชาติตรวจสอบบัญชี
เงื่อนไขสำคัญ: ต้องสำแดงนำเข้าอย่างเป็นทางการในนามบริษัท/กิจการ:หากต้องการใช้สิทธิหักภาษีซื้อ จะต้องสำแดงนำเข้าโดยระบุให้บริษัทหรือกิจการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตั้งแต่ขั้นตอนนำเข้า และต้องได้รับใบภาษีที่ระบุเลขประจำตัวผู้ประกอบการ สินค้าที่นำเข้าผ่าน EZWay ในนามบุคคลธรรมดาจะมีใบภาษีออกในชื่อบุคคล จึงไม่มีสิทธินำมาหักภาษีซื้อ HowBridge รองรับการสำแดงด้วยเลขประจำตัวผู้ประกอบการของบริษัท/กิจการ และช่วยติดตามใบภาษีทุกฉบับให้สมาชิก
อ่านเพิ่มเติม:ดูขั้นตอนทั้งหมดเกี่ยวกับการสำแดงนำเข้าในนามบริษัท/กิจการและการใช้ใบภาษีเป็นภาษีซื้อได้ที่บทความนี้: บริษัทและกิจการสำแดงนำเข้า: ใบภาษีศุลกากรคือหลักฐานภาษีซื้อของคุณ และดูวิธีคำนวณภาษีได้ที่: คู่มือคำนวณอากรศุลกากร・ภาษีสรรพสามิต・ภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างครบถ้วน
ให้พิจารณาจาก “ความสม่ำเสมอ” และ “เกณฑ์จำนวนเงิน” หากยอดขายบริการในเดือนนั้นถึง NT$5 หมื่น หรือยอดขายสินค้าถึง NT$10 หมื่น จะต้องจดทะเบียนภาษี ส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและไม่ถึงเกณฑ์ยังคงต้องรวมยื่นเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดา แต่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจ
หากดำเนินการย้อนหลังภายในช่วงผ่อนผัน ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 2026-06-30 จะไม่ถูกลงโทษ แต่ขณะนี้หากตรวจพบว่าประกอบธุรกิจโดยไม่จดทะเบียน นอกจากต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังแล้ว ยังอาจถูกปรับอีกด้วย สื่อรายงานแล้วว่ามีครีเอเตอร์มากกว่า 1 พันรายถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง แนะนำให้รีบดำเนินการด้วยตนเองโดยเร็ว เพราะการยื่นแบบเพิ่มเติมโดยสมัครใจมักมีโอกาสได้รับการพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่า
ไม่เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับขนาดรายได้ โครงสร้างต้นทุน และแผนการใช้กำไร หลักการโดยทั่วไปคือ ยิ่งมีรายได้สูง มีต้นทุนจริงที่จัดทำหลักฐานได้มาก และจำเป็นต้องนำเข้าอุปกรณ์หรือสินค้า บริษัท/กิจการก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% และหักภาษีซื้อได้ เทียบกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าสูงสุด 40% แต่หากรายได้น้อยและต้นทุนต่ำ การยื่นในนามบุคคลธรรมดาโดยใช้สัดส่วนค่าใช้จ่ายอาจเรียบง่ายกว่า แนะนำให้ให้นักบัญชีคำนวณเปรียบเทียบ
ต้องสำแดงนำเข้าอย่างเป็นทางการในนามบริษัทหรือกิจการ และได้รับส่วนสำหรับใช้หักภาษีของหนังสือรับรองการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ศุลกากรเรียกเก็บแทน หรือใบภาษี จึงจะนำมาใช้หักขณะยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ สินค้าที่นำเข้าในนามบุคคลธรรมดาผ่านการยืนยันตัวตนส่วนบุคคลของ EZWay จะมีใบภาษีออกในชื่อบุคคล จึงไม่สามารถนำมาหักได้
รายได้จากแพลตฟอร์มหรือผู้ชมในต่างประเทศอาจใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มศูนย์ได้ แต่ยังคงต้องแสดงในแบบภาษี ส่วนภาษีเงินได้ยังถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลและต้องยื่นตามกฎหมาย การแบ่งแยกระหว่างรายได้ในประเทศกับต่างประเทศให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังไต้หวัน
#ภาษีอินฟลูเอนเซอร์ #ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ #เปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัท #การจดทะเบียนกิจการ #การหักภาษีซื้อ #การวางแผนภาษีสำหรับไลฟ์สตรีมเมอร์ #ผู้จัดกรุ๊ปออร์เดอร์ #ขนส่งตรงสู่ไต้หวัน
บทความนี้เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยต่อสาธารณะและรายงานของสื่อ มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ โปรดตรวจสอบเกณฑ์การจดทะเบียน อัตราภาษี สัดส่วนค่าใช้จ่าย และมาตรการผ่อนผันจากประกาศล่าสุดของกระทรวงการคลังไต้หวันหรือสำนักงานภาษีแห่งชาติในแต่ละเขต หรือปรึกษาผู้สอบบัญชี/ผู้ทำบัญชี
ต้องการนำเข้าสินค้าในนามบริษัท/กิจการและใช้สิทธิหักภาษีซื้อใช่ไหม? HowBridge รองรับการสำแดงนำเข้าด้วยเลขประจำตัวผู้ประกอบการของบริษัท/กิจการ พร้อมดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างเป็นทางการเพื่อรับใบภาษี และช่วยคุณเก็บส่วนสำหรับใช้หักภาษีทุกฉบับไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ อุปกรณ์ประกอบฉาก หรือสินค้าสำหรับกรุ๊ปออร์เดอร์ ก็สามารถนำเข้าและหักภาษีได้อย่างถูกกฎหมายและมั่นใจ สมัครฟรี・รับที่อยู่คลังสินค้าสำหรับรวมพัสดุ